Stats
MAIN STATS
Lv.
15
2 Star
3 Star
4 Star
5 Star
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
7.71%
15.49%
25.88%
38.88%
8.57%
17.21%
28.75%
43.20%
8.57%
17.21%
28.75%
43.20%
10.72%
21.51%
35.94%
54.00%
SUB STATS
Low
Med
High
13.55
15.24
16.94
6.77
7.62
8.47
6.77
7.62
8.47
1.38%
1.56%
1.73%
1.38%
1.56%
1.73%
1.73%
1.94%
2.16%
1.00
1.10
1.20
1.04%
1.17%
1.30%
2.07%
2.33%
2.59%
1.38%
1.56%
1.73%
1.38%
1.56%
1.73%
2.07%
2.33%
2.59%
Story
Glamoth's Iron Cavalry Regiment
สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในคือปลอกเปลี่ยนรูปร่าง ของกองอัศวินเหล็กอันโด่งดังแห่งจักรวรรดิ Glamoth จักรกลสีเงินขาวจำนวนนับไม่ถ้วน ถูกบรรจุลงในเรือรบ และล่องไปยังขอบนอกของระบบดวงดาว เพื่อต่อต้านฝูงแมลงร้ายกาจ ที่มาจากห้วงอวกาศอันลึกล้ำ จักรวรรดิ Welkin แห่ง Glamoth มีความสุขอยู่ในอาณาเขตอันกว้างใหญ่หลายหมื่นปีแสง และทอดมองจักรวาลด้วยจิตใจอันทะเยอทะยาน ในยุคที่จักรวรรดิรุ่งโรจน์ที่สุด Titania จักรพรรดินีแห่ง Glamoth ผู้ทรงศักดิ์ ได้สร้างกองเรือขนาดมโหฬารขึ้น และตั้งปฏิญาณว่าจะนำผลแห่งอารยธรรม ไปสู่ดินแดนที่รกร้างว่างเปล่าทุกหนแห่ง เพื่อให้พวกเขาได้ซาบซึ้งในเมตตา และมาเข้าร่วมกับจักรวรรดิเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายการเดินทางสำรวจก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะคลื่นแมลงที่หลั่งไหลมาจากอีกฟากฝั่งของท้องฟ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กองทัพ Glamoth ต่อต้าน ล้มเหลว ต่อต้าน และล้มเหลวอีกครั้ง... จนดินแดนอาณานิคมแตกฉานซ่านเซ็น และกองเรือเหล็กกล้าที่แสนภาคภูมิใจก็ทยอยร่วงหล่นไปตามๆ กัน ภายใต้วงล้อมของฝูงปีศาจที่มีตาประกอบและปีกเกราะ เสียงร้องของผู้คนใน Glamoth จึงถูกกลืนกินโดยความสิ้นหวัง และนับแต่นั้น Welkin ก็ล่มสลาย
จนกระทั่งวันหนึ่ง อัศวินสวมเกราะจักรกลก็ลงมาจากฟากฟ้า และกวาดล้างฝูงแมลงที่บินว่อนเต็มท้องนภาไปจนเกลี้ยง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อัศวินเหล็กเงินขาวก็เดินทางไปมา ในเขตดวงดาวแต่ละแห่งของจักรวรรดิแห่งนี้ พวกเขาข้ามผ่านดินแดนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง และต่อต้านภัยพิบัติที่ทำลายไปทั่วกาแล็กซี พวกเขาเปรียบดั่งนักรบที่เกิดมาเพื่อจัดการกับ Swarm โดยเฉพาะ ไม่มีใครรู้โฉมหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของคนเหล็กเหล่านี้ แต่การมาเยือนของพวกเขาดุจดั่งของขวัญจากเทพเจ้า ที่ได้นำแสงอรุณจากท้องนภามาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง ภายใต้คำบัญชาจากองค์จักรพรรดินี กองอัศวินเหล็กแห่ง Glamoth กลุ่มนี้ จึงเคลื่อนพลไปสู่ท้องฟ้า และสยบคลื่นศัตรูลงได้ในท้ายที่สุด ทำให้จักรวรรดิได้เวลาพักหายใจมาช่วงหนึ่ง
ทว่าในการต่อสู้โดยไม่มีหยุดพักกับศัตรูตัวฉกาจของโลก จักรวรรดิกลับเริ่มจะเหมือนศัตรูของตัวเองเข้าไปทุกที... อัศวินเหล็กบินขึ้นสู่ท้องฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนท่วมท้นทั้งท้องฟ้าเหมือนกับวันที่ฝูงแมลงบุกเข้ามาจู่โจม สายตาที่ผู้คนมองจักรพรรดินีและอัศวิน ก็ไม่ต่างกับสายตาหวาดกลัวที่ใช้มองฝูงแมลงต่างดาวเลยสักนิด บางทีสักวันหนึ่ง จักรวรรดิอาจจะบรรลุถึงชัยชนะตามที่ปรารถนา แต่วันนั้น Glamoth จะยังเป็นดินแดนผาสุกสำหรับให้มนุษย์ได้พักผ่อนอยู่หรือไม่?
ที่ชายแดนของ Glamoth ซึ่งไฟสงครามไม่เคยมอดดับ กองอัศวินเหล็กก็ได้ก่อตัวเป็นแนวป้องกันสุดท้าย เหล่าอัศวินผู้เงียบขรึมบนเรือรบต่างแบกรับภารกิจ และความหวังของทั้งจักรวรรดิ เพื่อไปเผชิญหน้ากับคลื่นศัตรูที่กลืนกินหมู่ดาว
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายการเดินทางสำรวจก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะคลื่นแมลงที่หลั่งไหลมาจากอีกฟากฝั่งของท้องฟ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กองทัพ Glamoth ต่อต้าน ล้มเหลว ต่อต้าน และล้มเหลวอีกครั้ง... จนดินแดนอาณานิคมแตกฉานซ่านเซ็น และกองเรือเหล็กกล้าที่แสนภาคภูมิใจก็ทยอยร่วงหล่นไปตามๆ กัน ภายใต้วงล้อมของฝูงปีศาจที่มีตาประกอบและปีกเกราะ เสียงร้องของผู้คนใน Glamoth จึงถูกกลืนกินโดยความสิ้นหวัง และนับแต่นั้น Welkin ก็ล่มสลาย
จนกระทั่งวันหนึ่ง อัศวินสวมเกราะจักรกลก็ลงมาจากฟากฟ้า และกวาดล้างฝูงแมลงที่บินว่อนเต็มท้องนภาไปจนเกลี้ยง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อัศวินเหล็กเงินขาวก็เดินทางไปมา ในเขตดวงดาวแต่ละแห่งของจักรวรรดิแห่งนี้ พวกเขาข้ามผ่านดินแดนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง และต่อต้านภัยพิบัติที่ทำลายไปทั่วกาแล็กซี พวกเขาเปรียบดั่งนักรบที่เกิดมาเพื่อจัดการกับ Swarm โดยเฉพาะ ไม่มีใครรู้โฉมหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของคนเหล็กเหล่านี้ แต่การมาเยือนของพวกเขาดุจดั่งของขวัญจากเทพเจ้า ที่ได้นำแสงอรุณจากท้องนภามาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง ภายใต้คำบัญชาจากองค์จักรพรรดินี กองอัศวินเหล็กแห่ง Glamoth กลุ่มนี้ จึงเคลื่อนพลไปสู่ท้องฟ้า และสยบคลื่นศัตรูลงได้ในท้ายที่สุด ทำให้จักรวรรดิได้เวลาพักหายใจมาช่วงหนึ่ง
ทว่าในการต่อสู้โดยไม่มีหยุดพักกับศัตรูตัวฉกาจของโลก จักรวรรดิกลับเริ่มจะเหมือนศัตรูของตัวเองเข้าไปทุกที... อัศวินเหล็กบินขึ้นสู่ท้องฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนท่วมท้นทั้งท้องฟ้าเหมือนกับวันที่ฝูงแมลงบุกเข้ามาจู่โจม สายตาที่ผู้คนมองจักรพรรดินีและอัศวิน ก็ไม่ต่างกับสายตาหวาดกลัวที่ใช้มองฝูงแมลงต่างดาวเลยสักนิด บางทีสักวันหนึ่ง จักรวรรดิอาจจะบรรลุถึงชัยชนะตามที่ปรารถนา แต่วันนั้น Glamoth จะยังเป็นดินแดนผาสุกสำหรับให้มนุษย์ได้พักผ่อนอยู่หรือไม่?
ที่ชายแดนของ Glamoth ซึ่งไฟสงครามไม่เคยมอดดับ กองอัศวินเหล็กก็ได้ก่อตัวเป็นแนวป้องกันสุดท้าย เหล่าอัศวินผู้เงียบขรึมบนเรือรบต่างแบกรับภารกิจ และความหวังของทั้งจักรวรรดิ เพื่อไปเผชิญหน้ากับคลื่นศัตรูที่กลืนกินหมู่ดาว
Glamoth's Silent Tombstone
"จักรวรรดิ" Glamoth อันรุ่งโรจน์กลายเป็นเถ้าธุลีอย่างเงียบงัน ไม่มีสิ่งใดพิสูจน์ความรุ่งเรืองในอดีตของมันได้ มีเพียงเศษละอองดาว จักรกล เรือรบ และเศษซากของฝูงแมลง ที่ลอยอยู่กลางสุญญากาศจนก่อเกิดเป็นแม่น้ำ และรักษาสภาพดั้งเดิมของแนวรบอันโหดร้ายไว้ ทั้งยังกลายเป็นอนุสรณ์แห่งการล่มสลายของมัน นักประวัติศาสตร์จากสถาบันแห่งปัญญามองว่า สาธารณรัฐ Glamoth ล่มสลายเพราะหายนะมวลแมลง แต่ในอีกมุมมองหนึ่งก็ได้กล่าวว่า สาธารณรัฐ Glamoth ล่มสลายเพราะวิธีการ ที่พวกเขาใช้เอาชนะศัตรูทรงพลังอย่างเบ็ดเสร็จ
เพื่อพลิกสถานการณ์กลับมาจากการรุกรานอันน่าสะพรึงของ Swarm สภาการปกครองจึงทุ่มหมดหน้าตัก และตัดสินใจสั่นสะเทือนแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ ดังนั้นเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสงคราม... พวกเขาจึงสร้างอาวุธ "ที่เกิดมาเพื่อสู้รบ" ออกมา
ผลลัพธ์ของทั้งหมดนี้คือ "Titania" จักรพรรดินีผู้ไร้อำนาจ ที่สามารถสั่งการและควบคุมอัศวินที่เชื่อมโยงกับเธอได้ด้วยกระแสจิต ในความฝันที่ถักทอโดยนักรบเหล่านี้ ความหมายของการดำรงอยู่ของพวกเขา คือการคุ้มครอง Titania และ "จักรวรรดิ" ของเธอ ในช่วงชีวิตอันแสนสั้น พวกเขาได้เรียนรู้ ต่อสู้ และรับคำบัญชาจากองค์จักรพรรดินี เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว และสู้รบจนตัวตายอย่างมีเกียรติ
ไม่มีใครรู้ว่าการหลอกลวงนี้ ถูกเปิดโปงออกมาเมื่อใด ใช่เริ่มตั้งแต่วันที่มนุษย์เก่าแก่ในอาณาเขตของ Glamoth ลดลงต่ำกว่าอัตราส่วนจำนวนหนึ่งหรือไม่? หรือเริ่มตั้งแต่วันที่พวกนักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่าจักรพรรดินีเริ่มต่อต้านการถูกกักขังหรือเปล่า? หรือว่า... เริ่มตั้งแต่วันที่การโจมตีของ Swarm มลายหายไป?
ผู้คนรู้เพียงแค่ว่า กองอัศวินเหล็กได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อ "จักรวรรดิ" ที่ไม่มีอยู่จริง หลังจากสู้รบนองเลือดมาหลายทศวรรษ เศษซากจักรกลและเนื้อหนังของแมลงก็กลายเป็นชิ้นส่วนกองเต็มฟ้า และกระจัดกระจายไปทั่วทุกแห่งของเขตดวงดาว Glamoth จนเชื่อมต่อกันเป็น "แม่น้ำแห่งความตาย" เมื่อ Swarm ที่เหลือไม่สามารถสร้างภัยคุกคามได้อีก ผู้นำของสภาจึงสั่นระฆังแห่งความสงบ พร้อมประกาศให้ทุกคนทราบว่า พวกเขาได้ขับไล่ภัยพิบัติที่บดบังท้องฟ้าออกไปแล้ว และจะได้ต้อนรับรุ่งอรุณอันแสนสดใสกันอีกครั้ง... แต่สิ่งที่มาเยือนกลับไม่ใช่แสงอรุณ ทว่าเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนอันมืดมิดอีกคืนหนึ่ง
หลังจากนั้น อารยธรรมที่ชื่อ Glamoth ก็ล่มสลายไป ในที่สุดสันติสุขที่ผู้คนปรารถนามาเนิ่นนาน ก็มาเยือนยังเขตดวงดาวที่ไร้เจ้าของแห่งนี้ ละอองดาวและเศษซากรวมตัวกันเป็นแม่น้ำสายยาว และไหลอย่างเงียบๆ อยู่ท่ามกลางหมู่ดาวไปด้วยกัน
เพื่อพลิกสถานการณ์กลับมาจากการรุกรานอันน่าสะพรึงของ Swarm สภาการปกครองจึงทุ่มหมดหน้าตัก และตัดสินใจสั่นสะเทือนแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ ดังนั้นเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสงคราม... พวกเขาจึงสร้างอาวุธ "ที่เกิดมาเพื่อสู้รบ" ออกมา
ผลลัพธ์ของทั้งหมดนี้คือ "Titania" จักรพรรดินีผู้ไร้อำนาจ ที่สามารถสั่งการและควบคุมอัศวินที่เชื่อมโยงกับเธอได้ด้วยกระแสจิต ในความฝันที่ถักทอโดยนักรบเหล่านี้ ความหมายของการดำรงอยู่ของพวกเขา คือการคุ้มครอง Titania และ "จักรวรรดิ" ของเธอ ในช่วงชีวิตอันแสนสั้น พวกเขาได้เรียนรู้ ต่อสู้ และรับคำบัญชาจากองค์จักรพรรดินี เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว และสู้รบจนตัวตายอย่างมีเกียรติ
ไม่มีใครรู้ว่าการหลอกลวงนี้ ถูกเปิดโปงออกมาเมื่อใด ใช่เริ่มตั้งแต่วันที่มนุษย์เก่าแก่ในอาณาเขตของ Glamoth ลดลงต่ำกว่าอัตราส่วนจำนวนหนึ่งหรือไม่? หรือเริ่มตั้งแต่วันที่พวกนักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่าจักรพรรดินีเริ่มต่อต้านการถูกกักขังหรือเปล่า? หรือว่า... เริ่มตั้งแต่วันที่การโจมตีของ Swarm มลายหายไป?
ผู้คนรู้เพียงแค่ว่า กองอัศวินเหล็กได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อ "จักรวรรดิ" ที่ไม่มีอยู่จริง หลังจากสู้รบนองเลือดมาหลายทศวรรษ เศษซากจักรกลและเนื้อหนังของแมลงก็กลายเป็นชิ้นส่วนกองเต็มฟ้า และกระจัดกระจายไปทั่วทุกแห่งของเขตดวงดาว Glamoth จนเชื่อมต่อกันเป็น "แม่น้ำแห่งความตาย" เมื่อ Swarm ที่เหลือไม่สามารถสร้างภัยคุกคามได้อีก ผู้นำของสภาจึงสั่นระฆังแห่งความสงบ พร้อมประกาศให้ทุกคนทราบว่า พวกเขาได้ขับไล่ภัยพิบัติที่บดบังท้องฟ้าออกไปแล้ว และจะได้ต้อนรับรุ่งอรุณอันแสนสดใสกันอีกครั้ง... แต่สิ่งที่มาเยือนกลับไม่ใช่แสงอรุณ ทว่าเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนอันมืดมิดอีกคืนหนึ่ง
หลังจากนั้น อารยธรรมที่ชื่อ Glamoth ก็ล่มสลายไป ในที่สุดสันติสุขที่ผู้คนปรารถนามาเนิ่นนาน ก็มาเยือนยังเขตดวงดาวที่ไร้เจ้าของแห่งนี้ ละอองดาวและเศษซากรวมตัวกันเป็นแม่น้ำสายยาว และไหลอย่างเงียบๆ อยู่ท่ามกลางหมู่ดาวไปด้วยกัน
Sources
- แลกเปลี่ยนจากอุปกรณ์เชื่อมโยงใน "Simulated Universe: โลก 8"
- สกัดจักรวาลประดับใน "จักรวาลต่างมิติ"
- "เครื่องผสานสารพัดประโยชน์" - ผสานรีลิกส์